TH  EN  Moc Form

Moc Mix Version 100 3 18
header-หน้าใน

MOC   i-SERVICE

นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธานกล่าวเปิดสัมมนาพร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสทางการค้าและการลงทุนบนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น” เมื่อวันพุธที่ 31 มกราคม 2561 ณ โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท

48
31.01.61

Jan 312 1

          นางสาวชุติมา  บุณยประภัศร  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์  เป็นประธานกล่าวเปิดสัมมนาพร้อมทั้งกล่าวปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “โอกาสทางการค้าและการลงทุนบนความเป็นหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น”  เมื่อวันพุธที่  31  มกราคม  2561   ณ  โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท  (สำนักงานรัฐมนตรี 31 ม.ค.  2561)

          กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เป็นเจ้าภาพจัดสัมมนาใหญ่ เรื่อง "ไทย-ญี่ปุ่น หุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจผ่าน FTA" ณ โรงแรมโซฟิเทล สุขุมวิท กรุงเทพฯ ในวันที่ 31 มกราคม 2561 โดยมีนางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงานและกล่าวปาฐกถาพิเศษ

          งานสัมมนาของกระทรวงพาณิชย์ในครั้งนี้ มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมจำนวนกว่า 700 คน จากทุกสาขาอาชีพ โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงนักธุรกิจผู้มีประสบการณ์ ร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับโอกาสทางการค้าและการลงทุนในญี่ปุ่น อาทิ นายวิทวัส ล่ำซำผู้อำนวยการฝ่ายความร่วมมือระหว่างประเทศ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม นายยุทธนา ศิลป์สรรค์วิชช์ เลขาธิการสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย นายณัฐพล เดชวิทักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด (มหาชน) นายมานะ อมตานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) เภสัชกรหญิงวัจนา ตั้งความเพียร โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นต้น

          นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะการริเริ่มความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาคการผลิตสู่ Industry 4.0 อีกทั้ง มีความสำคัญในฐานะคู่ค้าและนักลงทุนในอันดับต้นๆของไทย ปัจจุบันไทยได้มีการพัฒนากลไกความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับญี่ปุ่น ทั้งด้านการเปิดเสรีทางการค้าและพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ในหลายระดับ ได้แก่ ความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจอาเซียน-ญี่ปุ่น (AJCEP) และความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจไทย-ญี่ปุ่น (JTEPA)

          สำหรับความตกลง AJCEP นั้น อาเซียนและญี่ปุ่นสามารถบรรลุการเจรจาความตกลงด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุน ได้แล้วเมื่อเดือนธันวาคม 2560 และตั้งเป้าหมายที่จะลงนามความตกลงด้านการค้าบริการ การเคลื่อนย้ายบุคคลธรรมดา และการลงทุน ในช่วงเดือนสิงหาคม 2561 เพื่อให้ความตกลงมีผลบังคับใช้ภายในปลายปีนี้ โดยความตกลงดังกล่าวจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการของไทยสามารถเข้าไปลงทุนในสาขาบริการต่างๆที่ไทยมีศักยภาพในญี่ปุ่นได้ 100 % เช่น การโฆษณา การจัดเลี้ยง การจัดประชุม บริการทัวร์และไกด์ จัดงานแสดงสินค้าและนิทรรศการ โรงแรม สปา อสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร การวิจัยและการพัฒนา การซ่อมแซมและบำรุงรักษาอากาศยาน และจัดจำหน่าย เป็นต้น ในขณะที่ไทยได้เปิดให้นักลงทุนของญี่ปุ่นและอาเซียนเข้ามาประกอบธุรกิจได้ในสาขาบริการ เช่น บริการธุรกิจ โทรคมนาคม การเงิน อสังหาริมทรัพย์ ไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสามารถเข้ามาถือหุ้นได้ร้อยละ 49 หรือร้อยละ 70 ตามประเภทของธุรกิจ โดยไทยไม่ได้เปิดตลาดเกินกว่าภายใต้กรอบความตกลงว่าด้วยบริการอาเซียน (AFAS) นอกจากนี้ ในด้านการลงทุนความตกลงยังคุ้มครองและสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ลงทุนว่าจะได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรมและเท่าเทียมกัน ไม่ถูกเวนคืนการลงทุนโดยไม่มีเหตุอันควร และสามารถโอนเงินเข้า-ออกจากประเทศได้อย่างเสรี รวมถึงให้มีการเผยแพร่ข้อมูลด้านการลงทุนที่โปร่งใสและทั่วถึง ทำให้กระบวนการยื่นและอนุมัติลงทุนง่ายขึ้น

          ในส่วนความตกลง JTEPA ได้ครบรอบ 10 ปีของการมีผลบังคับใช้ในปี 2560 โดยที่ผ่านมา JTEPA ช่วยให้การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นขยายตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบผลการบังคับใช้ความตกลงฯ ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าในปี 2550 การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีมูลค่า 48,166 ล้านเหรียญสหรัฐ และในปี 2559 การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นมีมูลค่า 51,272 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นมูลการค้าที่เพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.5 นอกจากนี้ ในปี 2559 ไทยมีการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีภายใต้ JTEPA มูลค่า 6,152 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนการใช้สิทธิประโยชน์ร้อยละ 81.5 ของมูลค่าสินค้าที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งหมด โดยสินค้าหลักที่มีการใช้สิทธิประโยชน์ในการส่งออกภายใต้ JTEPA เช่น ไก่ปรุงแต่ง กุ้งปรุงแต่ง ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และแหนบรถยนต์ เป็นต้น

          ปัจจุบัน ญี่ปุ่นเป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย โดยญี่ปุ่นเป็นตลาดส่งออกอันดับ 3 และเป็นแหล่งนำเข้าอันดับ 2 ของไทย ในขณะที่ไทยเป็นตลาดส่งออกอันดับ 16 และแหล่งนำเข้าลำดับที่ 8 ของญี่ปุ่น ในปี 2560 การค้าสองฝ่ายมีมูลค่ารวม 54,346.90 ล้านเหรียญสหรัฐ ไทยส่งออกไปญี่ปุ่นมีมูลค่า 22,309.56 ล้านเหรียญสหรัฐ และนำเข้าจากญี่ปุ่นมีมูลค่า 32,037.33 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าส่งออกที่สำคัญของไทย ได้แก่ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไก่แปรรูป เครื่องจักรกลและส่วนประกอบของเครื่องจักรกล เครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ในขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าประเภทเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ ส่วนประกอบและอุปกรณ์ยานยนต์ เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และแผงวงจรไฟฟ้า

 

---------------------------------

MOC e-Service
MOC e-Service
MOC e-Service
MOC e-Service

Main Menu